Return to site

มาเน่ แจ่ม , มินามิโนะ ซัดแล้ว ! เจาะ 7 ข้อ ลิเวอร์พูล หักกิ่งกุหลาบไฟ  

ลิเวอร์พูล กลับมาลงสนามเคาะสนิมออกจากหน้าแข้งในแมตช์อุ่นเครื่องรับมือ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในยุค "นิว นอร์มอล" พร้อมกับระเบิดความอัดอั้นด้วยการตะบันไปเบาะๆ ด้วยสกอร์ 6-0 ซึ่งถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเกมพรีเมียร์ลีก จะกลับมาแข่งกันต่อในช่วงกลางสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

"หงส์แดง" โชว์ฟอร์มราวกับเก็บกดหลังจากที่ได้กลับมาลงสนามนับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักจากเหตุไวรัสโควิด-19 ระบาด โดยพวกเขาตะบันสกอร์ยับไม่นับญาติ ที่สำคัญแมตช์นี้ ทาคูมิ มินามิโนะ มีชื่อทำสกอร์แรกให้กับต้นสังกัดได้ซะทีหลังจากย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังให้โอกาสบรรดานักเตะดาวรุ่งลงเล่นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ คี-ยาน่า ฮูแฟร์ และ เลห์ตัน คล้าร์กสัน ที่ฉกฉวยโอกาสของพวกเขาได้ดี เมื่อยิงคนละประตูในแมตช์นี้ ขณะที่ โฌแอล มาติป ก็ไม่ผิดหวังเมื่อซัดประตูได้ด้วยเช่นกัน ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ และ นาบี เกอิต้า ก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น

จากผลการอุ่นเครื่องในเกมนี้ทำให้ สาวก "เดอะ ค็อป" รู้สึกหมดกังวลเกี่ยวกับการที่ทีมพักไปนานเกือบ 3 เดือนสนิมจะเกาะหน้าแข้งหรือไม่ แมตช์นี้น่าจะตอบข้อสงสัยเหลานี้ได้เป็นอย่างดี

1. ลิเวอร์พูล ไม่มีแผ่ว

การไม่ได้ลงแข่งเกือบ 3 เดือนมีผลทำให้สนิมเกาะหน้าแข้งนักเตะ "หงส์แดง" หรือเปล่า เกมนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ดีเลยทีเดียว

ใครที่กังวลว่า ลิเวอร์พูล อาจจะต้องพบกับความยากลำบากในการเรียกฟอร์มเก่งกลับมาอีกครั้งหลังจากไม่ได้ลงเล่นมานาน บอกเลยว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เพราะพวกเขายังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่สุดยอดเอาไว้ได้เหมือนเดิม แถมดูๆ ไปแล้วยังออกแนวกระหายชัยชนะมากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าซะด้วย

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องที่พบกับคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่า แต่ คล็อปป์ ไม่มีอ่อนข้อให้และนั่นจึงเป็นที่มาที่บรรดาเครื่องจักรสีแดงเดินหน้าเต็มสูบจัดการไล่ทุบอาคันตุกะย่อยยับถึงครึ่งโหล พร้อมกับรักษาคลีนชีตด้วย ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยได้ดีเลยทีเดียว

นี่คือทีมที่ไม่ได้ดูเหมือนจะต้องเจอกับความยากลำบากในการเรียกฟอร์มโหดกลับมาเลย เพราะพวกเขายังคงดุดันเหมือนเดิม ฉะนั้นสาวก "เดอะ ค็อป" คงมีความสุขที่ทีมรักกลับมาทำลงสนาม และยังคงมีความเฉียบคมแม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นมานานเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ตาม
 
2. มินามิโนะ ใส่สกอร์ได้แล้ว

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจมากๆ สำหรับ ลิเวอร์พูล กับ 9 แมตช์ในเกมพรีเมียร์ลีก ที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ก็คือการลุ้นว่า ทาคูมิ มินามิโนะ จอมทัพชาวญี่ปุ่น จะสามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้หรือไม่ หลังจากที่ย้ายมาสวมเครื่องแบบสีแดงเพลิงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ดาวเตะเลือดซามูไรวัย 25 ปี ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเมื่อย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ก่อนที่จะเกิดวิกฤติไวรัสมรณะระบาดทำให้เกมลูกหนังต้องระงับการแข่งขันชั่วคราว โดยตอนนี้นักเตะมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะได้โอกาสลงสนามมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายๆ สัปดาห์ที่เกมลีกจะกลับมาแข่งกันต่อ เพื่อจะได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคู่ควรกับการเล่นให้ "หงส์แดง"

อดีตสตาร์เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกม "เด็ดดอกกุหลาบไฟ" พร้อมทั้งใส่ชื่อตัวเองในฐานะคนทำประตูได้ซึ่งเป็นลูกแรกของเขาในการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เกมอุ่นเกือกก็ตาม แต่การยิงประตู และแอสซิสต์ ให้ นาบิ เกอิต้า ได้ ถือเป็นการเรียกขวัญกำลังใจให้กับ มินามิโนะ ก่อนที่เกมลีกจะกลับมาหวนกันต่อในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการทำผลงานได้อย่างสุดยอดในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และ มินามิโนะ คาดหวังว่า กุนซือชาวเยอรมัน จะเชื่อมั่นในตัวเขา และให้โอกาสได้ลงสนามในแมตช์สำคัญนี้

3. ดาวรุ่งฉายแสงแห่งอนาคต

ถ้าหาก ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ลีกได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ งานนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราๆ ท่านๆ จะได้เห็นบรรดานักเตะดาวรุ่งมีโอกาสได้ลงสัมผัสประสบการณ์ที่แสนล้ำค่าในการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก ในช่วงท้ายๆ ของฤดูกาลนี้

คล็อปป์ ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ให้โอกาสแข้งดาวรุ่งในศูนย์เยาวชนอยู่แล้ว ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันพฤหัสบดี เขาจัดการส่งนักเตะดาวรุ่งอย่าง คี-ยาน่า ฮูแฟร์ และ เลห์ตัน คล้าร์กสัน ซึ่งทั้งสองอายุเพียง 18 ปี ลงสนามและทั้งสองคนก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อจัดการใส่ชื่อตัวเองเป็นผู้ทำสกอร์ได้ด้วย

นอกจากนี้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังให้โอกาส เนโก วิลเลี่ยมส์ และ เจค เคน ที่เพิ่งจะได้สัญญานักเตะอาชีพในสัปดาห์นี้ ได้ลงเล่นในแมตช์ปะทะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นเห็นได้ชัดว่า คล็อปป์ มีความตั้งใจที่จะให้โอกาสนักเตะวัยละอ่อนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อจะได้พัฒนาศักยภาพของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น
    
4. ไม่มี ซาลาห์ กับ โรเบิร์ตสัน ก็ไม่เป็นไร

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันไม่ได้ลงสนามในแมตช์อุ่นเกือกเกมนี้ ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุผลที่ทั้งสองคตพลาดลงสนาม แต่แว่วๆ มาว่ามีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ คล็อปป์ เลือกที่จะพักทั้งคู่เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน

จะว่าไปแล้ว โรเบิร์ตสัน ก็มีปัญหาบาดเจ็บที่เท้ามานานมาตลอดในฤดูกาลนี้ แต่กระนั้นมีความเป็นไปได้ว่า ดาวเตะเลือดวิสกี้ น่าจะฟิตเปรี๊ยะลงสนามช่วยทีมได้เมื่อเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีรีสตาร์ทในช่วงกลางสัปดาห์หน้า เช่นเดียวกับ "บังโม" ที่คงจะพร้อมในเกมดวล เอฟเวอร์ตัน

แม้ว่าแมตช์นี้ ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ จะขาด 2 กำลังหลักไปก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ฉะนั้นในกรณีนี้ คล็อปป์ มองว่าเป็นการทดสอบนักเตะคนอื่นๆ ที่จะลงสนามแทนในกรณีที่ "หงส์แดง" ขาด ซาลาห์ กับ โรเบิร์ตสัน

กระนั้น ลิเวอร์พูล ก็ยังคงคาดหวังว่า "คิง ออฟ อียิปต์" และ แบ็กซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์ จะฟิตสมบูรณ์ลงเล่นให้กับต้นสังกัดในช่วง 9 แมตช์ที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้

5. มาเน่ พึ่งพาได้เสมอ

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไม่ได้ลงสนามเป็น 11 ตัวจริงในเกมนี้ แต่ได้ลงสนามเคาะสนิทในครึ่งหลัง ส่วน โม ซาลาห์ โดนโรคเดี้ยงเข้าสิง นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล ขาด 3 ประสาน "หินเหล็กไฟ" (เอสเอ็มเอฟ) แต่ ซาดิโอ มาเน่ ไม่เคยทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องผิดหวังแม้แต่นิดเดียว

เกมนี้ มาเน่ ได้ลงเล่นเป็นแนวรุกร่วมกับ มินามิโนะ กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน โดยงานนี้สตาร์ลูกหนังชาวเซเนกัล ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และไม่ทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องผิดหวัง เมื่อจัดการเบิกร่องประตูแรกให้ต้นสังกัดในเกมนี้

นอกจากจะยิงประตูได้แล้ว ฟอร์มการเล่นของ อดีตดาวเตะ "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ก็โดดเด่นเป็นสง่าเหลือเกิน แถมยังเป็นคนแอสซิสต์ให้ มินามิโนะ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายซึ่งเป็นประตูแรกของเขากับการเล่นภายใต้สีเสื้อ "หงส์แดง"
     
6. มิลเนอร์ พร้อมลงสนามเสมอ

การที่ ลิเวอร์พูล ขาด โรเบิร์ตสัน แน่นอนว่า คล็อปป์ ต้องนึกถึงนักเตะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถลงมาเล่นแทนตำแหน่งแบ็กซ้ายได้ นั่นก็คือ เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ ที่แสดงให้เห็นมาตลอดว่าเขาพร้อมลงเล่นตำแหน่งฟูลแบ็กเมื่อทีมต้องการ

นี่เป็นอีกครั้งที่ มิลเนอร์ สามารถเข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งแบ็กซ้ายได้อย่างหมดจด และยังช่วยทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่งเหมือนเดิม แน่นอนว่าประสบการณ์ของ ดาวเตะชาวอังกฤษ ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ "หงส์แดง" และเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้ทีมเก็บคลีนชีตได้ในแมตช์นี้ด้วย

มิลเนอร์ ยังคงเป็นนักเตะกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล อย่างยิ่งโดยเฉพาะการที่เกมลีกจะรีสตาร์ทในเร็วๆ นี้ โดยเขาพร้อมที่จะลงสนามตามที่ คล็อปป์ สั่งให้เล่นไม่ว่าจะในฐานะกองหลัง ฟูลแบ็ก กองกลาง เจ้าตัวสามารถทำได้ดีเยี่ยมไม่มีที่ติจริงๆ
    
7. คล็อปป์ ปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่

หากอยู่ในสถานการณ์ปกติในสนามแอนฟิลด์ จะมีเสียงแฟนบอลดังกระหึ่มเต็มสนาม แต่กับวิถีชีวิตใหม่ หรือ "นิว นอร์มอล" สนามที่มีความจุเกือบ 55,000 ที่นั่ง มีแต่ความว่างเปล่า แน่นอนว่านี่คือเรื่องที่แสนเศร้า แต่มันจะเป็นเช่นนี้ตลอดช่วงหลายๆ สัปดาห์ที่เกมลีกกลับมาแข่งกันต่อ

หลังจบแมตช์อุ่นเกือกกับ "กุหลาบไฟ" คล็อปป์ ยอมรับว่าพยายามที่จะทำให้ลูกทีมคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ และเชื่อว่าแม้จะขาดบรรยากาสที่เร้าใจไปก็ตาม แต่ลูกทีมของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และกระหายชัยชนะเสมอ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

"แน่นอนว่ามันแตกต่าง คุณต้องคุ้นเคยกับเรื่องนี้ให้ได้ แต่ผมก็ชอบนะ ผมคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ นี่เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดจริงๆ แต่เราต้องสร้างบรรยากาศในเกมด้วยตัวเอง เราต้องมีความกระตือรือร้น เราต้องเต็มไปด้วยแรงกระตุ้น" กุนซือชาวเยอรมัน กล่าว<!--td {border: 1px solid #ccc;}br {mso-data-placement:same-cell;}-->ทางเข้า fun88 ล่าสุด

All Posts
×

Almost done…

We just sent you an email. Please click the link in the email to confirm your subscription!

OKSubscriptions powered by Strikingly